กระเบื้องที่ผลิตในประเทศจีน
กระเบื้องที่ผลิตในประเทศจีนถือเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมพื้นผิวเซรามิกและหินระดับโลก ซึ่งผสานรวมฝีมือการผลิตแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ผู้ผลิตกระเบื้องจากประเทศจีนได้ปฏิวัติตลาดด้วยการผลิตกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ซเลน และกระเบื้องหินธรรมชาติคุณภาพสูงที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมรักษาไว้ซึ่งราคาที่แข่งขันได้ หน้าที่หลักของกระเบื้องที่ผลิตในประเทศจีน ได้แก่ การใช้งานเป็นพื้นผิวสำหรับที่อยู่อาศัยและอาคารเชิงพาณิชย์ การใช้เป็นวัสดุบุผนัง (wall cladding) และการใช้เป็นองค์ประกอบตกแต่งทางสถาปัตยกรรม กระเบื้องเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นพื้นผิวป้องกันที่ทนต่อความชื้น คราบสกปรก และการสัญจรด้วยเท้าที่หนาแน่น ขณะเดียวกันก็เพิ่มคุณค่าเชิงความงามให้กับพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตกระเบื้องจากประเทศจีน ได้แก่ เทคนิคการพิมพ์แบบดิจิทัลขั้นสูงที่สร้างลวดลายสมจริงเลียนแบบวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หินอ่อน และหินธรรมชาติ กระบวนการผลิตใช้เทคโนโลยีการอัดขึ้นรูปแบบแม่นยำ เพื่อให้ได้ความหนาสม่ำเสมอและความถูกต้องแม่นยำของขนาด ผู้ผลิตกระเบื้องจำนวนมากในประเทศจีนใช้เตาเผาขั้นสูตรที่ทันสมัย ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิการเผาอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความทนทานและแข็งแรงเหนือกว่า ระบบควบคุมคุณภาพมีการดำเนินการทดสอบอย่างเข้มงวดในด้านต่าง ๆ เช่น ความลื่นไถล อัตราการดูดซึมน้ำ และคุณสมบัติด้านการขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน การประยุกต์ใช้กระเบื้องที่ผลิตในประเทศจีนมีความหลากหลายครอบคลุมหลายภาคส่วน ได้แก่ ห้องน้ำและห้องครัวในที่อยู่อาศัย พื้นที่ใช้สอยทั่วไป สำนักงานเชิงพาณิชย์ สถานที่ค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม และอาคารสาธารณะ ความหลากหลายนี้ยังขยายไปสู่การใช้งานภายนอกอาคาร เช่น ลานอเนกประสงค์ (patios) ทางเดิน และบริเวณรอบสระว่ายน้ำ ผู้ผลิตจากประเทศจีนเสนอกระเบื้องในขนาดต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่รูปแบบโมเสกขนาดเล็กไปจนถึงแผ่นกระเบื้องขนาดใหญ่ (large format slabs) เพื่อรองรับความต้องการด้านการออกแบบและการติดตั้งที่หลากหลาย พื้นผิวของกระเบื้องมีให้เลือกหลายแบบ ได้แก่ ผิวมันวาว (polished) ผิวด้าน (matte) ผิวสัมผัสพิเศษ (textured) และผิวกันลื่น (anti-slip) เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านการใช้งาน ปัจจุบัน แนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยโรงงานผลิตหลายแห่งได้นำแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนและโครงการรีไซเคิลมาใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด พร้อมรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ในระดับสูงสุด